บทความ


6 โรคร้ายถามหา เมื่อ “ดื่มน้ำน้อย”
6 โรคร้ายถามหา เมื่อ “ดื่มน้ำน้อย”

1. สมองเสื่อม

เมื่อร่างกายของเราขาดน้ำ ปริมาณของน้ำในร่างกายไม่เพียงพอในการเป็นส่วนหนึ่งของเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่างกาย เมื่อเลือดมีความข้นหนืดมากขึ้น ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงที่สมองได้เพียงพอ จึงเป็นสาเหตุของอาการสมองเสื่อมได้นั่นเอง

 

2. ริดสีดวงทวาร                                            

แน่นอนถ้าหากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลไปถึงระบบย่อยในกระเพาะอาหารที่ยากลำบากมากขึ้น และลำไส้ที่แห้ง อาจทำให้เราไม่สามารถขับอุจจาระออกมาได้ เมื่อของเสียสะสมอยู่ในลำไส้ ลำไส้ก็จะดูดซึมของเสียนั้นกลับเข้าร่างกายไปอีก ยิ่งทำให้เลือดมีของเสีย และข้นหนืดกว่าเดิม อุจจาระก็แข็งแห้งกว่าเดิม จนเกิดเป็นอาการท้องผูก และท้ายที่สุดลงเอยด้วยโรคริดสีดวงทวารนั่นเอง

 

3. ปวดข้อ

เชื่อหรือไม่ว่ากระดูกอ่อนในหลายๆ ส่วนของ มีส่วนประกอบเป็นน้ำมากถึง 80% ดังนั้นหากข้อต่อหรือหมอนรองกระดูกแห้ง ไม่ชุ่มชื้นเพียงพอ อาจทำให้ข้อต่อต่างๆ ดูดซับแรงกระแทกได้ไม่ดีพอ จนเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย

 

4. ทางเดินปัสสาวะอักเสบ / กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

หากคุณมีอาการปวดปัสสาวะ แต่ไม่มีปัสสาวะไหลออกมา หรือไหลออกเพียงหยดสองหยด คุณอาจกำลังเป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ อันเนื่องมาจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ การติดเชื้อ และการกลั้นปัสสาวะนานๆ

 

5. อ้วน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหากคุณดื่มน้ำน้อย เป็นสาเหตุที่อาจนำไปสู่โรคอ้วนได้ เพราะหากคุณดื่มน้ำอย่างเพียงพอในตอนเช้า ระหว่างมื้อกลางวัน และตอนเย็น หรืออาจดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนทานอาหาร คุณจะพบว่าคุณอิ่มง่ายอิ่มเร็วกว่าการทานอาหารโดยไม่ดื่มน้ำเลย แล้วทำให้คุหิวอยู่เรื่อยๆคุณอาจทานเพลินจนน้ำหนักขึ้นได้ง่ายๆด้วย

 

6. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ

หากคุณพบว่าคุณมีประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ขาดๆ หายๆ มีน้ำเกินไป มีสีเข้มเกินไป มาเป็นลิ่มเลือด หรือแม้กระทั่งปวดท้องประจำเดือนมาก สาเหตุสำคัญที่คุณอาจละเลยอาจมาจากการดื่มน้ำน้อยก็เป็นได้ เพราะเมื่อน้ำในร่างกายมีปริมาณไม่เพียงพอ ร่างกายจึงไม่สามารถนำน้ำไปสร้างเป็นประจำเดือนได้นั่นเอง

 

แค่ดื่มน้ำน้อยก็ส่งผลเสียถึงร่างกายได้มากมายขนาดนี้ นี่ยังไม่รวมถึงผลเสียด้านผิวพรรณที่หย่อยคล้อย หมองคล้ำ ผิวแห้ง ตาแห้ง และดูแก่กว่าวัยอีกนะ สาวๆ ได้ยินแล้วคงต้องดื่มน้ำให้มากขึ้นแล้วนะครับ

น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

น้ำกับการออกกำลังกาย สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
น้ำกับการออกกำลังกาย สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ร่างกายองคนเราจะมีการสูญเสียน้ำประมาณวันละ 2,300 มิลลิลิตร แต่การออกกำลังกายจะมีการสูญเสียน้ำเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เนื่องจากการระเหยของเหงื่อเพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกาย และถ้าออกกำลังกายท่ามกลางอากาศที่ร้อนและอบอ้าว อาจมีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกายได้มากถึง 3 ลิตรได้ ดังนั้น ระหว่างการออกกำลังกาย จำเป็นต้องดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้เซลล์กล้ามเนื้อทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันการขาดน้ำซึ่งจะทำให้สมรรถภาพในการออกกำลังกายลดลง โดยมีวิธีการดังนี้

 

ก่อนออกกำลังกาย

ควรดื่มน้ำให้ เพียงพอ ประมาณ 400-600 มล. (1-1 ½ ขวดกลาง) ก่อนการออกกำลังกายทุกชนิดล่วงหน้าสัก 1-2 ชั่วโมง และอีก 200-400 มล. (1/2 -1 ขวดกลาง) ก่อนออกกำลังกายประมาณ 15 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการจุกเสียดท้อง

 

ระหว่างการออกกำลังกาย

ขณะออกกำลังกาย ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเพื่อปรับและรักษาอุณหภูมิไว้ให้สมดุล ดังนั้นเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ในกรณีที่ออกกำลังกายน้อยกว่า 60 นาที คุณควรพักดื่มน้ำทุกๆ 15-20 นาที ครั้งละ 200 มล. (1/2 ขวดกลาง) หรือใช้วิธีจิบน้อยๆ แต่บ่อยๆก็ได้ ทั้งนี้ในกรณีที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือนว่ากำลังขาดน้ำ เช่น คอแห้ง น้ำลายเหนียว ก็ควรพักดื่มน้ำสักหน่อยก่อนกลับไปออกกำลังกายต่อ สัก 2-3 อึกก็ยังดี

ถ้าออกกำลังกายที่มีความหนักและสูญเสียเหงื่อมาก อาจดื่มน้ำเกลือแร่เสริมได้ (กรณีออกมากกว่า 1 ชม.) เพื่อเพิ่มน้ำตาลในเลือด ป้องกันไม่ให้เหนื่อยอ่อนแรงและช็อค ซึ่งจะให้ดีเครื่องดื่มนั้นควรเป็นน้ำในอุณหภูมิห้องเพื่อเพิ่มการดูดซึมที่ดี

 

ออกกำลังกายสิ้นสุด

คำนวณดูจากน้ำหนักตัวที่หายไปในระหว่างการออกกำลังกาย น้ำหนักหายไปเท่าใดให้ดื่มเท่านั้น น้ำหนักที่ลดลงภายหลังออกกำลังกายส่วนใหญ่เป็นน้ำหนักของน้ำที่สูญเสียไปกับเหงื่อ  หากเป็นไปได้ควรชั่งน้ำหนักตัวทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย เพื่อคำนวณหาปริมาณน้ำที่ต้องดื่มทดแทน การชั่งน้ำหนักตัวเป็นระยะ ๆ จะเป็นการประเมินภาวะ การขาดน้ำได้ดีที่สุด

น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature)

น้ำยันฮี คืออะไร
น้ำยันฮี คืออะไร

     น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับร่างกาย การดื่มน้ำเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในกิจวัตรประจำวันของ   ทุก ๆ คนอยู่แล้ว จากดื่มน้ำธรรมดา ๆ เราลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำที่ดีต่อสุขภาพอย่างน้ำยันฮีกันดีกว่าค่ะ จะดีต่อสุขภาพยังไงเราไปดูประโยชน์ของน้ำยันฮีกันเลยค่ะ

 

     น้ำยันฮี หรือ น้ำดื่มวิตามิน คือ น้ำดื่มที่ประกอบไปด้วยวิตามินต่าง ๆ ภายในน้ำมากมาย

1.วิตามินบี1 : ช่วยบำรุงประสาท สมอง เสริมสร้างการเจริญเติบโต รักษาโรคเหน็บชา

2.วิตามินบี3 : เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ช่วยบำรุงผิว บรรเทาอาการปวดไมเกรน บรรเทาอาการท้องร่วง รักษาอาการร้อนใน ลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์

3.วิตามินบี6 : ป้องกันโรคประสาทและโรคผิวหนัง เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ช่วยชะลอวัยป้องกันการเกิดนิ่วในไต ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน ลดอาการมือชา,ขาเป็นตะคริว

4.วิตามินบี7 : ป้องกันผมร่วง ผมหงอก อาการอ่อนเพลียหมดเรี่ยวแรง บำรุงเล็บที่แห้งเปราะ บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

5.วิตามินบี9 : ช่วยร่างกายในการสร้างเม็ดเลือดแดง ที่ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ เพื่อควบคุมการทำงานของสมอง

     น้ำยันฮีปราศจากน้ำตาลและให้พลังงาน 0 แคลอรี่ ไม่ทำให้ร่างกายอ้วนหรือน้ำหนักขึ้น น้ำมีกลิ่นเก๊กฮวย (Chrysanthemun) ช่วยดับกระหาย เพิ่มความสดชื่น และกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย  ประโยชน์เด่น ๆ ของน้ำยันฮี คือ

1.ลดอาการอ่อนเพลีย ร่างกายของคนเราอ่อนเพลียจากการขาดน้ำ การดื่มน้ำวิตามินก็จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

2.ช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย สารพิษในร่างกายจะถูกขับออกมาเป็นของเหลว อาทิเช่น เหงื่อ ปัสสาวะ การดื่มน้ำจะช่วยให้ร่างกายขับสารพิษออกมาได้ดีขึ้น

3.ลดอาการแฮงค์ เมื่อเกิดอาการแฮงค์การดื่มน้ำหนึ่งแก้วหลังจากจิบแอลกอฮอล์ ช่วยให้อาการแฮงค์ลดลง

4.บำรุงผิวพรรณ ผิวพรรณชุ่มชื้นและมีน้ำมีนวลมาจากการที่เราดื่มน้ำเพราะน้ำจะช่วยขับเอาสารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกาย ทำให้ผิวพรรณดีขึ้น

 

     การดื่มน้ำยันฮีเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กยันผู้สูงอายุ เป็นการดื่มน้ำ 1 ขวดแต่สามารถได้รับวิตามินถึง 5 ชนิดด้วยกัน แถมราคาก็ไม่แพง ตอนนี้สามรถหาซื้อได้ที่เซเว่นทุกสาขาแล้วค่ะ

 

ส่วนผสมน้ำยันฮี 1 ขวด
ส่วนผสมน้ำยันฮี 1 ขวด

     วิตามินวอเตอร์ หรือ น้ำยันฮี เป็นเครื่องดื่มวิตามิน ผสานด้วยคุณค่าจากวิตามินนานาชนิด ทั้งวิตามินบี6 วิตามินบี1 วิตามินบี3(ไนอะซิน) วิตามินบี2 กรดโฟลิค ไบโอติน และอิโนซิทอล โดยไม่มีการแต่งสีและกลิ่นไม่เติมสารกันเสีย จึงทำให้ได้คุณประโยชน์จากวิตามินอย่างเต็มที่

                                                  

1.Chrysanthemun (เก๊กฮวย) : ช่วยดับกระหาย เพิ่มความสดชื่น กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย

2.Niacin (B3) : เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยบำรุงผิว บรรเทาอาการปวดไมเกรน บรรเทาอาการท้องร่วง รักษาอาการร้อนใน ลดระดับคอเลสเตอรอล ไตรคลีเซอร์ไรด์

3.Vitamin B6 : ป้องกันโรคประสาทและโรคผิวหนัง เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายช่วยชะลอวัย ป้องกันการเกิดนิ่วในไต ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน ลดอาการมือชา ขาเป็นตะคริว

4.Vitamin B1 : บำรุงประสาท สมอง เสริมสร้างการเจริญเติบโต บรรเทาอาการเมารถ เรือ รักษาโรคเหน็บชา

5.Biotin : ป้องกันผมร่วง ผมหงอก อาการอ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรง บำรุงเล็บที่แห้งเปราะ บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

6.Folic Acid : ช่วยร่างกายในการสร้างเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ เพื่อควบคุมการทำงานของสมอง

     โดยที่ วิตามินวอเตอร์ ขวดนี้ให้ พลังงานที่ 0 แคลอรี  เพราะปราศจากน้ำตาล แถมมีปริมาณวิตามินที่ควร บริโภคต่อวัน ดังนี้

วิตามิน บี1   35%

วิตามิน บี6  80%

ไนอาซิน(วิตามิน บี)   100%

ไบโอติน(วิตามิน บี)   80%

โฟแลต   45%

ดื่มวันละหนึ่งขวดก็น่าจะเพียงพอ ร่วมกับการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ วันละ 3 มื้อ เพื่อร่างกายจะได้รับ สารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการ

เครื่องดื่ม วิตามิน วอเตอร์ ผลิตด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถันจากน้ำบริสุทธิ์ ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระบบการกรอง ที่มีคุณภาพและลำแสง UV ผสมด้วยวิตามินที่มีคุณภาพสูง จึงทำให้เครื่องดื่ม วิตามิน วอเตอร์ เป็นน้ำ ที่มีคุณภาพ สะอาด และคุณประโยชน์มากมาย ซึ่งอุดมด้วยวิตามินนานาชนิดผ่านการรับรองด้วยมาตร ฐาน GMP ซึ่งรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.

ด้วยความปรารถนาดีจาก

น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature)

 

ควรดื่มน้ำอัลคาไลน์ที่มีค่าความด่างในระดับใด
ควรดื่มน้ำอัลคาไลน์ที่มีค่าความด่างในระดับใด

     คุณควรดื่มน้ำอัลคาไลน์ในปริมาณครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัว (หน่วย:ออนซ์) ต่อวัน เช่น ถ้าหากมีน้ำหนักตัว 50 กก. ควรดื่มน้ำอัลคาไลน์ในปริมาณ 25 ออนซ์ (739.33 ซีซี) ต่อวัน

     ในสัปดาห์แรกของการเริ่มดื่นน้ำอัลคาไลน์นั้น ควรเริ่มดื่มน้ำอัลคาไลน์ในระดับ 1 ในปริมาณ 1-3 แก้วต่อวัน ในช่วงสัปดาห์แรกนี้ ถ้าไม่มีอาการใดใด สามารถเพิ่มจำนวนแก้วต่อวันได้ หากพ้นสัปดาห์แรกแล้ว ไม่มีอาการคล้ายจะเป็นไข้ สามารถปรับเป็นระดับ 2 ดื่มในปริมาณ 1-3 แก้วต่อวัน เป็นเวลาอีก 1 สัปดาห์ ในระหว่างสัปดาห์ถ้าหากรู้สึกดี ก็สามารถเพิ่มจำนวนแก้วต่อวันได้อีกเช่นกัน โดยเฉลี่ยแล้ว คือ ปรับระดับค่า pH สูงขึ้น 1 ระดับ ทุก 2-3 สัปดาห์จนกระทั่งอยู่ในระดับที่ค่า pH ของน้ำเท่ากับ 9.5 (ระดับ2) เป็นค่า pH ที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพ และไม่ควรดื่มน้ำค่า pH ระดับ 3 โดยตรง เพราะมีค่า pH มากเกินไปต่อสุขภาพไม่ควรบริโภค แต่หากจะบริโภคจริงๆ ควรใช้ในกรณีจำเป็น เช่น แก้อาการเมาค้างจากการดื่มสุรา เพื่อลดกรดในกระแสเลือด

     ระดับค่า pH ระดับ 2 ทำให้เกิดขบวนการขับพิษในร่างกายได้มากขึ้น มีประสิทธิภาพในการต้านสารอนุมูลอิสระ และเพิ่มออกซิเจนให้แก่ร่างกายได้อีกด้วย

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature)

ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย
ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย

     ดื่มน้ำน้อยไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบหนึ่งของร่างกาย น้ำเป็นส่วนประกอบ 2 ใน 3 ของร่างกายและการดื่มน้ำน้อยทำให้เซลล์ในร่างกายเราแห้งและทำให้ระบบปฏิบัติการในร่างกายของเรารวนไปหมด ดังนั้นปริมาณที่ร่างกายเราต้องการน้ำต่อวัน อยู่ที่ 2 ลิตรกว่าหรือประมาณ 8-10 แก้ว เรียกได้ว่าดื่มมากเท่าไหร่ก็จะดีต่อร่างกายเรามากเท่านั้น

 

1. บำรุงผิวพรรณ

     การดื่มน้ำเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกายและการเติมเต็มเนื้อเยื่อต่าง ๆ ให้เต่งตึงจากภายใน ระบบการไหลเวียนของโลหิตทำงานดีขึ้น เมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้วผิวก็จะรู้สึกชุ่มชื้น นุ่มสุด ๆ เปล่งประกายออร่าจากภายใน ริ้วรอยก็จางหาย ไม่แก่ก่อนวัน

2. ขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

     การดื่มน้ำนั้นจะช่วยให้ไตที่เป็นอวัยวะสำคัญในการขับของเสียทำงานได้ดี ซึ่งจะขับข้อเสียผ่านทางเหงื่อและปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสามารถลดปริมาณเกลือและแร่ธาตุที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคนิ่วในไตและการติดเชื้อในท่อปัสสาวะและลดความเสี่ยงโรคไตอีกด้วย

3. ลดกลิ่นปาก

     กลิ่นปากอาจมาจากการที่เรากินน้ำไม่เพียงพอ เพราะน้ำจะช่วยขจัดแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากรวมไปถึงล้างเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันหรือบริเวณอื่นที่ทำให้เกิดกลิ่นเน่าเหม็น

4. ระบบขับถ่ายดี

     การดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวันสร้างสมดุลให้ร่างกายขับถ่ายเป็นเวลามากขึ้นและการดื่มน้ำสามารถละลายไฟเบอร์ที่อยู่ในร่างกายช่วยให้ร่างกายขับถ่ายง่ายขึ้น ลดอาการท้องผูก

5. ป้องกันการเกิดมะเร็ง

     เมื่อเราดื่มน้ำเพียงพอต่อร่างกายทำให้ขับถ่ายเป็นเวลาและได้ขับของเสียออกทางเหงื่อและปัสสาวะ วึ่งช่วยลดการก่อตัวของสารก่อมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะแล้วการดื่มน้ำยังช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม

 

 

     การดื่มน้ำมีแต่ประโยชน์เพราะทุกเซลล์ของร่างกายล้วนแล้วแต่ต้องการน้ำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเพื่อให้ระบบร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก

น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก spiceee

 

ดื่มน้ำหลังตื่นนอน สุขภาพดีง่ายๆด้วยตัวคุณ
ดื่มน้ำหลังตื่นนอน สุขภาพดีง่ายๆด้วยตัวคุณ

     ร่างกายคนเรามีน้ำเป็นองค์ประกอบถึง 70% ซึ่งหากร่างกายไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอจะส่งผลการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายการดื่มน้ำสามารถดื่มได้ทุกเวลาแต่หลาย ๆ คนอาจไม่รู้ว่าการดื่มน้ำหลังตื่นนอนมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

 

1. เติมความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกาย

     ร่างกายของเราจะขาดความชุ่มชื้นหลังตื่นนอน ถึงแม้ว่าก่อนนอนจะดื่มน้ำมากแค่ไหน ดังนั้นเราควรเติมความชุ่มชื้นเพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป เพราะไม่เพียงแต่การเติมน้ำให้เซลล์ในร่างกายแต่ยังช่วยเรื่องผิวพรรณให้สดใสชุ่มชื้นอีกด้วย ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหลังตื่นนอนเนื่องจากสารคาเฟอีนในกาแฟจะกระตุ้นให้ร่างกายขับน้ำออกมามากกว่าปกติ

 

2. ล้างสารพิษ

     นอกจากการดื่มน้ำหลังตื่นนอนจะเป็นการเติมน้ำให้เซลล์มีความเปล่งปลั่งแล้ว ยังช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ในขณะที่หลับร่างกายจะทำการฟื้นฟู สร้างพลังงาน และควบคุมสมดุลฮอร์โมน ส่งผลให้สารพิษและสิ่งสกปรกที่ตกค้างในร่างกายถูกขับออกมาและขจัดออกไป

 

3. กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ

     การดื่มน้ำหลังตื่นนอนเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดน้ำหนักได้ เนื่องจากน้ำเป็นตัวช่วยให้กระบวนการระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น โดนจะเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญแคลอรีในระหว่างวัน นอกจากนี้การดื่มน้ำหลังตื่นนอนยังช่วยควบคุมความอยากอาหารได้อีกด้วย

 

4. เติมพลังให้สมอง

     สมองมีองค์ประกอบถึง  75% ซึ่งหากดื่มน้ำไม่เพียงพอจะส่งผลให้สมองทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การดื่มน้ำหลังตื่นนอนช่วยให้สมองปลอดโปรและรู้สึกสดชื่น

 

5. ช่วยในการขับถ่าย

     สาเหตุหลักของอาการท้องผูก คือ การดื่มน้ำน้อย การดื่มน้ำหลังตื่นนอนจะทำให้สดชื่นและยังสามารถช่วยอาการท้องอืด โดยน้ำจะเป็นตัวช่วยให้อุจจาระเคลื่อนไหวง่ายขึ้น

 

6. ป้องกันการเกิดโรค

     การดื่มน้ำหลังตื่นนอนช่วยบรรเทาอาการหรือป้องกันการเกิดโรคบางโรคได้ เช่น โรคกระเพาะ โรคเบาหวาน อาการข้อเข่าเสื่อม

 

 

     จากที่กล่าวข้างต้น จะเห็นว่าการดื่มน้ำหลังตื่นนอนมีประโยชน์หลายประการ เมื่อทราบอย่างนี้แล้วเราก็ควรดื่มน้ำหลังตื่นนอนซักแก้วและระหว่างวันให้มาก ๆ นะคะ

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก

น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก parrythailand

 

10 ประโยชน์ของการดื่มน้ำ
10 ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

     "น้ำ" เป็นส่วนประกอบหลักในร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ตั้งแต่ 55% - 78% ขึ้นอยู่กับขนาดของร่างกาย การดื่มน้ำให้เพียงพอและสม่ำเสมอมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื้น มาดู 10 ประโยชน์ของการดื่มน้ำที่คุณอาจไม่เคยรู้

 

1. บรรเทาความเมื่อยล้า

     หากคุณกำลังรู้สึกเมื่อยล้า มีโอกาสสูงว่าเป็นเพราะดื่มน้ำไม่เพียงพอ ร่างกายจึงทำงานได้ไม่เต็มที่ เมื่อน้ำในร่างกายลดน้อยลง หัวใจจะทำงานหนักขึ้นในการปั๊มเลือดและทำให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานมีประสิทธิภาพลดน้อยลง ดังนั้น การดื่มน้ำให้เพียงพอจึงช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้นและลดความเมื่อยล้าลงได้

2. ช่วยปรับปรุงอารมณ์

     การขาดน้ำอย่างอ่อน ๆ สามารถส่งผลแง่ลบต่ออารมณ์และความสามารถในการคิดได้ สีของปัสสาวะจะบอกได้ดีถึงระดับของน้ำในร่างกาย ยิ่งสีอ่อน ๆ ร่างกายก็ยิ่งมีความชุ่มชื้น แต่ในทางกลับกันหากสีเข้มก็แสดงว่าร่างกายอาจกำลังขาดน้ำอยู่

3. รักษาอาการปวดศีรษะและไมเกรน

     หากคุณมีอาการปวดศีรษะหรือปวดไมเกรน สิ่งแรกที่คุณควรทำเพื่อบรรเทาอาการก็คือ ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพราะบ่อยครั้งอาการปวดหัวและไมเกรนมากจะเกิดจากร่างกายขาดน้ำ

4. ช่วยในการย่อยอาหารและอาการท้องผูก

     น้ำช่วยเพิ่มการทำงานของระบบย่อยอาหารในร่างกาย ช่วยป้องกันอาการท้องผูก การดื่มน้ำที่ไม่เพียงพออาจทำให้ลำไส้ดึงเอาน้ำออกมาจากอุจจาระในลำไส้ เพื่อรักษาความชุ่มชื้น จึงทำให้อุจจาระแข็งตัวและยากที่จะถ่ายออกมาได้

     การดื่มน้ำที่เพียงพอช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกาย และยังช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานและลำไส้มีการเคลื่อนตัวได้ดี ยิ่งหากดื่มเป็นน้ำอุ่นแล้วก็จะยิ่งดีต่อระบบย่อยอาหารในร่างกายมากกว่าดื่มน้ำเย็นเสียอีก

5. ช่วยลดน้ำหนัก

     การดื่มน้ำ 8 ออนซ์ จำนวน 2 แก้วก่อนมื้ออาหาร จะช่วยลดความอยากอาหารและช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผล เพราะน้ำช่วยเติมกระเพาะให้เต็มและลดแนวโน้มการกินมากเกินควรได้

6. ช่วยล้างสารพิษ

     น้ำเป็นตัวช่วยกำจัดพิษชั้นเลิศ ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายผ่านทางเหงื่อและปัสสาวะ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการทำงานของไต ลดปริมาณนิ่วในไต โดยเจือจางเกลือและแร่ธาตุต่าง ๆ ในปัสสาวะที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคนิ่วในไต

7. ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย

     ปริมาณน้ำที่เพียงพอในร่างกายช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้อีกด้วย เพราะคุณสมบัติของน้ำจะช่วยให้ร่างกายได้ปลดปล่อยความร้อนในร่างกายออกมาผ่านทางเหงื่อที่ไหลออกจากผิว จึงช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้

8. ช่วยให้ผิวสุขภาพดี

     น้ำช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื้น และช่วยให้โลหิตไหลเวียนในเส้นเลือดฝอยได้อย่างสะดวก ซึ่งช่วยให้ผิวแลดูสุขภาพดีและอ่อนกว่าวัย อีกทั้งยังช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อ บำรุงผิวพรรณ และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังได้ เมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างพอเพียง ผิวก็จะรู้สึกชุ่มชื้นแลดูสดใส นุ่มมือ เป็นประกายและเรียบเนียน ทั้งยังช่วยป้องกันริ้วรอยเล็ก ๆ ลดรอยแผลเป็น ลดสิวและริ้วรอยอื่นๆ จากภาวะแก่ก่อนวัยได้ด้วย

9. บรรเทาอาการเมาค้าง

     การดื่มน้ำเป็นวิธีง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพในการขจัดอาการเมาค้าง เนื่องจากน้ำมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ จึงช่วยขจัดแอลกอฮอล์ที่คุณดื่มเข้าไป ดังนั้น น้ำจึงช่วยร่างกายได้คืนสภาพและเร่งการฟื้นตัวให้เร็วขึ้น

10. ขจัดกลิ่นปาก

     การมีกลิ่นปากเป็นสัญญาณว่าคุณอาจดื่มน้ำไม่เพียงพอ เพราะน้ำช่วยให้ปากชุ่มชื้นและช่วยล้างเศษอาหารที่ตกค้างรวมไปถึงแบคทีเรียในปากได้ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเจือจางสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในปากซึ่งแบคทีเรียสร้างขึ้นมา ดังนั้น จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมื้ออาหารหรือมื้ออาหารว่างเพื่อควบคุมกลิ่นและช่วยขจัดแบคทีเรีย รวมไปถึงเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันและซอกเหงือกด้วย

 

     สรุปว่า การดื่มน้ำเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ควรดื่มให้เพียงพอกับร่างกายในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากน้ำอย่างเต็มที่

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก health-th

 

น้ำอัลคาไลน์มีผลดีต่อนักกีฬาอย่างไร
น้ำอัลคาไลน์มีผลดีต่อนักกีฬาอย่างไร

     หนึ่งในสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ คือ น้ำ ซึ่งน้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคน เพราะร่างกายของคนนั้นประกอบด้วยน้ำถึง 70% แน่นอนว่าหากร่างกายขาดน้ำเพียง 3-5 วัน อาจส่งผลเสียต่อร่างกายและทำให้ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

 

     น้ำช่วยให้ร่างกายมีการไหลเวียนของของเหลวเป็นปกติ ไม่ว่าจะน้ำ น้ำเลือด น้ำเหลืองและสารคัดหลั่งต่าง ๆ ให้มีความปกติ ทั้งเรื่องสี กลิ่น ความข้นหนืด เป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าของเหลวภายในและภายนอกที่รายล้อมเซลล์ มีสุขภาพดี โมเลกุลของน้ำช่วยดูดซึมและนำพาสารอาหารและชำระของเสียที่คั่งค่างในร่างกายให้ขับออกปกติ ช่วยสร้างความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น ฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานได้ปกติและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น

 

     ผลดีที่สุดที่ได้จากอัลคาไลน์ที่เราสามารถจะคาดหวังได้ คือ การเพิ่มระดับออกซิเจนในเลือดให้สูงขึ้น ถ้าหากดื่มน้ำที่มีค่า pH สูงเป็นประจำ ยังจะสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรง และความทนทานให้แก่กล้ามเนื้อ ทำให้เนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อและอวัยวะต่าง ๆ ได้รับออกซิเจนในปริมาณสูง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วร่างกายคนเรามักจะได้รับน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย รวมทั้งนักกีฬาด้วยเพราะนักกีฬาต้องมีการควบคุมอาหาร ถ้าหากร่างกายได้รับน้ำเพียงพอตามความต้องการ ก็จะส่งผลให้การตอบสนองทางสรีระต่อกิจกรรมต่าง ๆ ดีขึ้นตามมา

 

     ร่างกายของนักกีฬาที่ต้องผ่านทั้งการฝึกฝนและการแข่งขัน ก่อให้เกิดความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ การได้รับน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการจึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว ผลจากการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับนักกีฬาตั้งแต่ปี 2483 พบว่าภาวการณ์ขาดน้ำเพียงอ่อน ๆ ก็ทำให้การฝึกซ้อมด้อยลง ปัจจุบันนี้นักกีฬาส่วนใหญ่บริโภคอาหารควบคุมน้ำหนักจากตะวันตก จึงคิดว่าได้รับเกลือในปริมาณมากแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทดแทนเกลือให้แก่ร่างกาย หากออกกำลังกายน้อยกว่า 2 ชั่วโมง เมื่อมีการออกกำลังกายร่างกายจะสร้างกรดแลคติคเอซิด ซึ่งถ้าหากดื่มน้ำที่มีค่า pH สูงก็จะช่วยปรับให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่เป็นกลางมากกว่าที่จะเป็นกรดได้

 

     น้ำอัลคาไลน์นั้นมีคุณสมบัติช่วยขจัดอนุมูลอิสระด้วย อีกทั้งเป็นตัวเร่งการดูดซึมออกซิเจนในร่างกาย กลุ่มโมเลกุลของน้ำอัลคาไลน์ที่มีขนาดเล็กสามารถแทรกซึมเข้าสู่อวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น จึงทำให้ร่างกายไม่กลับไปสู่ภาวะการขาดน้ำได้  แนะนำให้นักกีฬาดื่มน้ำ 13-20 ออนซ์ ( 384-591 ซีซี ) ( 2-3 แก้ว ) 2 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย และ 5-10 ออนซ์ ( ประมาณ 1-2 แก้ว ) ทุก ๆ  15-20 นาที ระหว่างการออกกำลังกาย ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่ดื่มขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวเช่นเดียวกัน

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก

น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature

ดื่มน้ำอย่างไร ให้อายุยืน
ดื่มน้ำอย่างไร ให้อายุยืน

     ในการดำรงชีวิตของคนเราล้วนต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ ด้านเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้วงจรการดำรงชีวิตเป็นไปอย่างปกติและเกิดความสมดุล ซึ่งถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้วย่อมส่งผลต่อร่างกายให้เกิดความผิดปกติ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า น้ำ อาหาร วิถีชีวิต การออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพ ไม่มีผลกับการดำรงชีวิตของคุณ การดื่มน้ำนั้นเราก็ต้องเลือก เพราะน้ำมีหลายแบบหลายประเภท ถ้าอยากมีสุขภาพที่ดีเราควรรู้วิธีการดื่มน้ำอย่างถูกต้อง

 

1. น้ำดื่มธรรมชาติ

     น้ำดื่มธรรมชาติ หรือ น้ำดิบ ซึ่งอยู่ทั่วไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติ มีคุณสมบัติทางชีวภาพที่ทำให้เซลล์ในร่างกายแข็งแรง นำไปฆ่าเชื้อด้วยความร้อน หรือ ใส่สารฆ่าเชื้อ จะทำให้สูญเสียคุณประโยชน์นี้ไปโดยไม่จำเป็น หากต้องซื้อน้ำดื่มควรเลือกชนิดที่ ไม่ผ่านความร้อน หรือ น้ำดื่มธรรมชาติที่ไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อใด ๆ

 

2. น้ำด่าง

     ปกติค่าความเป็นกรดด่าง หรือ pH ในร่างกายของคนมีสุขภาพดีจะอยู่ที่ 7.4 ซึ่งมีความเป็นด่างอ่อน ๆ ดังนั้นการดื่มน้ำด่างที่มีค่าเป็นด่าง หรือ ค่า pH ใกล้เคียงกัน จะดูดซึมแร่ธาตุได้ดี  ปัจจุบันมีน้ำอัลคาไลน์ ( น้ำด่าง ) ซึ่งเป็นน้ำดื่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ คืนความสมดุลให้ร่างกาย

 

3. น้ำกำจัดอนุมูลอิสระ ROS

     น้ำประเภทนี้ได้มาจากบ่อน้ำแร่ น้ำแร่ใต้ดิน หรือน้ำพุร้อน มีสรรพคุณในการกำจัดอนุมูลอิสระ ROS แต่สิ่งที่ควรระวัง คือ น้ำที่ติดฉลากว่า น้ำบริสุทธิ์จากธรรมชาติ หรือ น้ำแร่ธรรมชาติ แต่ความจริงคือน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วนำมาบรรจุขวดขาย ซึ่งน้ำประเภทนี้แทบไม่มีคุณสมบัติทางชีวภาพหลงเหลืออยู่เลย จึงไม่ต่างจากการดื่มน้ำบริสุทธิ์ทั่วไป

 

4. ระดับความเป็นด่างที่เหมาะกับร่างกาย

     การตัดสินใจเลือกดื่มน้ำด่าง ควรพิจารณาค่า pH ให้เหมาะสมกับร่างกาย ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันดังต่อไปนี้

  • น้ำอ่อน ( Soft Water )

     น้ำอ่อน คือ น้ำที่ผ่านการกรองจนมีค่าความกระด้างต่ำกว่า 100 มิลลิกรัมต่อลิตร ดื่มง่าย ไม่มีรสปร่า เหมาะสำหรับดื่มก่อนนอนหรือเมื่อร่างกายอ่อนเพลีย สามารถนำไปปรุงอาหาร ชงชา หรือ ชงกับนมผงให้ทารกกินได้ แต่มีแร่ธาตุน้อย จึงไม่มีผลเชิงสุขภาพนัก

  • น้ำกระด้าง ( Hard Water )

     น้ำกระด้าง คือ น้ำที่มีค่าความกระด้างสูงกว่า  100 มิลลิกรัมต่อลิตร มีความขมและฝาด เพราะมีแมกนีเซียมปริมาณมาก มีแร่ธาตุสูง หากดื่มเป็นประจำจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมได้ แต่หากได้รับแมกนีเซียมมากเกินไป อาจจะทำให้ท้องเสีย กระเพาะอาหารและลำไส้ผิดปกติได้

 

5. ดื่มน้ำให้ได้วันละ 1.5-2 ลิตร

     ในร่างกายของผู้ใหญ่ประกอบด้วยน้ำราว 60% ขณะที่ร่างกายเด็กมีน้ำถึง 80% หากร่างกายขาดน้ำซัก 2%  ก็จะเริ่มมีสัญญาณเตือนผ่านความรู้สึกคอแห้งและกระหายน้ำ ปกติคนเราจะได้รับน้ำจากอาหารที่กินเข้าไปประมาณ 1 ลิตร และน้ำที่เกิดจากการเผาผลาญสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมันอีก 0.5 ลิตร ส่วนที่เหลือจึงต้องาจากการดื่มน้ำโดยตรง  ในแต่ละวัน ร่างกายจะสูญเสียน้ำไม่เท่ากัน ถ้าวันไหนออกแรงหนัก หรือ อากาศร้อนจนเสียเหงื่อ ร่างกายก็จะสูญเสียน้ำทันที 1 ลิตร ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องดื่มน้ำวันละ 1.5-2 ลิตร โดยดื่มครั้งละ 1 แก้ว และเริ่มจากการจิบทีละน้อยก่อนหากรู้สึกคอแห้งมากเพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว

 

 

     การเลือกดื่มน้ำที่ถูกวิธีเป็นการดูแลตัวอย่างอย่างง่ายที่สุด สามารถทำตามได้ไม่ยากเพียงแค่มีวินัยและเลือกสรรการกินให้กับร่างกายของเรา เพียงเท่านี้ร่างกายของเราก็จะสึกหรอช้าลงกว่าคนที่ไม่ดูแลตัวเองค่ะ

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก

น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate

 

การดื่มน้ำอัลคาไลน์ ทำให้ร่างกายมีความเป็นด่างมากเกินไปหรือไม่ ?
การดื่มน้ำอัลคาไลน์ ทำให้ร่างกายมีความเป็นด่างมากเกินไปหรือไม่ ?

     สำหรับบุคคลทั่วไปนั้น ปริมาณการดื่ม "น้ำอัลคาไลน์" ที่ให้คุณประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายนั้น คือ 4-8 ลิตรต่อวัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายไม่ได้รับค่าความด่างมากเกินไป

 

     เนื่องจากทุกวันนี้การใช้ชีวิตที่อยู่กับภาวะแวดล้อมที่ผิดปกติหรือผิดไปจากธรรมชาติ ทำให้สุขภาพของคนเราไม่แข็งแรง หรือมักมีปัญหาสุขภาพหลบซ่อนอยู่ ทั้งนี้ชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบันยังเอื้อให้เกิดสารพิษ สิ่งเจือปน การสะสมของสารตกค้าง สิ่งเจือปนที่สะสมอยู่ในร่างกายเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ในร่างกายมีสภาพความเป็นกรดสูงเกินไป คือมีค่า pH ต่ำ โดยเฉลี่ยแล้วร่างกายคนเราควรมีค่า pH ประมาณ 7.2 ยิ่งร่างกายมีภาวะเป็นกรดสูง มีค่า pH ประมาณ 6.6 หรือต่ำกว่านี้ แสดงว่า สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่าง ๆ สูง

 

     ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะพบว่าในร่างกายมีสภาพความเป็นด่างสูงผิดปกติ ในทางกลับกันเราควรจะหาวิธีช่วยร่างกายลดสภาพกรด ด้วยการพยายามดื่มน้ำและรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ ที่มีค่าความเป็นด่างเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก น้ำดื่มอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ตราแมนเนเจอร์ (Alkaline Water pH8.5+ By ManNature)

 

Summer นี้ออกกำลังกายอย่างไร ให้ปลอดภัย แถมสุขภาพดี
Summer นี้ออกกำลังกายอย่างไร ให้ปลอดภัย แถมสุขภาพดี

     ใกล้จะเข้าช่วงหน้าร้อนแล้ว สำหรับสายรักสุขภาพที่อยากและชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง แต่กังวลกับความร้อน ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพเราได้ หากเราไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับฤดูร้อนที่จะถึงนี้ วันนี้เรามี How to ออกกำลังกายช่วง Summer ยังไงให้ปลอดภัย แถมสุขภาพดี มาบอกกันครับ

 

เลี่ยงออกกำลังกายหนักๆ

     การออกกำลังกายถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยให้ร่างกายได้เผาผลาญเต็มที่ แต่ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ และหักโหมในช่วงหน้าร้อน เพราะอาจจะทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน และทำให้หน้ามืดได้

 

จิบน้ำบ่อยๆ

     ระหว่างการออกกำลังกายควรจิบน้ำบ่อยๆ โดยจิบทุกๆ 15 – 30 นาที ขณะออกกกำลังกาย แต่ไม่ควรดื่มรวดเดียวหมดขวด เพราะจะทำให้เกิดอาการจุกและทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายต่อได้

 

ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศ

     เสื้อผ้าที่ใส่ออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ ควรใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ทะมัดทะแมง ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่รัดหรือแน่นมากจนเกินไป เพราะจะทำให้หายใจไม่สะดวก และทำให้เกิดอันตรายระหว่างการออกกำลังกายได้ หลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้วควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา

 

พกผ้าติดตัว

     สำหรับคนที่ออกกำลังกายกลางแจ้งควรพกผ้าผืนเล็กๆหรือผาเย็นติดตัวไปด้วยระหว่างออกกำลังกาย เพื่อนำมาเช็ดระบายความร้อนออกจากร่างกาย และยังทำให้เราสดชื่นขึ้นด้วย

 

งดดื่มน้ำอัดลม

     การดื่มน้ำอัดลมก่อนออกกำลังกายอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เพราะทำให้เกิดก๊าซในกระเพาะอาหารและเกิดการขยายตัว ทำให้ไปขัดขวางการหดตัวของกล้ามเนื้อกระบังลมและเกิดการหายใจลำบาก เสี่ยงต่ออาการหน้ามืดเป็นลมได้

 

ดื่มเกลือแร่น้ำตาลน้อย

     การดื่มเกลือแร่หลังออกกำลังกายจะช่วยลดการเกิดตะคริวได้ แต่ควรดื่มจิบๆ ไม่ควรดื่มแทนน้ำเปล่าหรือดื่มทีเดียวหมดขวด และควรเลือกดื่มเกลือแร่ที่มีน้ำตาลน้อย เพราะถ้าน้ำตาลสูงกว่า 10% จะขัดขวางการดูดซึมของกระเพาะอาหาร จะทำให้เกิดการจุกเสียดได้

 

     การออกกำลังกายนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การเตรียมความพร้อมก่อนการออกกำลังกายและหลังออกกำลังกายเสร็จก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นอย่าลืมดูแลสุขภาพในช่วง Summer นี้กันด้วยนะครับ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก น้ำดื่มอัลคาไลน์ ตราแมนเนเจอร์

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก tureid

 

Adsense SEOlnwza